น้ำท่วมนครพนม วิกฤต ! น้ำเซาะแรงคอสะพานขาด-เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด อ่วม

น้ำท่วมนครพนม

น้ำท่วมนครพนม

น้ำท่วมนครพนมวิกฤต พบสะพานถูกน้ำกัดเซาะรุนแรงต้องปิดชั่วคราว เจ้าหน้าที่เร่งวางเบลีย์ทดแทน ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด อ.เสลภูมิ อ่วม ! อีก 3 วัน พื้นที่รับน้ำใน 2 ตำบลเจอหนัก เร่งแจ้งเตือนประชาชน

วันที่ 1 สิงหาคม 2560 มีรายงานว่า น้ำท่วมนครพนม ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในอำเภอรอบนอก หลังจังหวัดประกาศให้พื้นที่ 5 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว โดย ว่าที่ ร.ต. ยอดเพ็ชร คำแสงดี รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวง จ.นครพนม กล่าวว่า ได้เกิดเหตุคอสะพานขาดเป็นโพรงลึก บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 2033 สายหนองญาติ-นาแก ช่วงสะพานลำน้ำก่ำ ความยาว 100 เมตร ช่วง กม.ที่ 1+244 ถนน 4 ช่องจราจร ฝั่งขาออกตัวอำเภอใกล้สี่แยกบายพาส

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ แพงวงษ์ หัวหน้าหมวดทางหลวงนาแก ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าปักไม้ลงหินฝุ่น จำนวน 250 กระสอบ เพื่อป้องกันจนแล้วเสร็จ กระทั่งในกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้พบว่ามวลน้ำเกิดการเซาะถนนรุนแรงหนักขึ้นอีก ทำให้ขณะนี้ต้องปิดการจราจรเส้นทางสายดังกล่าว เพราะเกรงว่าคอสะพานจะถล่ม และทางแขวงทางหลวงนครพนม ได้เร่งขอสะพานเบลีย์ ขนาดความยาวตัวละ 15 เมตร เพื่อนำมาวางให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้เช่นเดิม

ขณะเดียวกัน นายเมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก กล่าวว่า หลังมีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานว่าจะมีมวลน้ำมหาศาลจาก จ.สกลนคร ผ่านลำน้ำก่ำ มายัง จ.นครพนม ตนได้มีการประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกข้าวของขึ้นที่สูง และขนย้ายสัตว์เลี้ยง คงเหลือแต่เพียงหมู่บ้านที่ติดริมน้ำก่ำ เช่น บ้านปากบัง บ้านพิมานท่า ซึ่งถูกน้ำเอ่อล้นจากลำน้ำก่ำ เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตรเสียหายเกือบทั้งหมดแล้วในขณะนี้

น้ำท่วมนครพนม

ด้านนายสุรพร หมายเจริญ นายอำเภอเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ที่ อ.เสลภูมิ พบ 9 ตำบล กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก ประกอบด้วย ต.นาแซง, วังหลวง, เหล่าน้อย, เมืองไพร, ขวาว, ภูเงิน, บึงเกลือ, นางาม และ ขวัญเมือง วัดระดับน้ำสูงสุดในเขตชุมชนได้ประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่การเกษตร พบระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 3,400  ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 30,000 ไร่

เบื้องต้นแม้ระดับน้ำจะมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ภายในระยะเวลาอีก 3 วันจากนี้ มวลน้ำทั้งหมดจะไหลไปรวมตัวกันที่บริเวณจุดรับน้ำจุดสุดท้าย ใน ต.นางาม และ ต.ขวาว ซึ่งจะส่งผลให้ทั้ง 2 ตำบลได้รับผลกระทบอย่างหนัก คาดว่าน้ำจะท่วมสูงกว่า 1 เมตร ในเขตชุมชน และประมาณ 2 เมตร ในส่วนของพื้นที่การเกษตร

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ พร้อมตั้งศูนย์อพยพเตรียมรับมือกับอุทกภัยไว้แล้ว เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากการประเมินภาพรวม ต้องยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ค่อนข้างจัดว่ารุนแรง ประกอบกับเขื่อนลำปาวได้เพิ่มระดับการระบายน้ำผ่านลำน้ำชี ซึ่งก็จะยิ่งทำให้ระดับน้ำใน อ.เสลภูมิ ลดลงช้า เนื่องจากการแก้ไขปัญหาไม่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำ รวมถึงผันน้ำไปที่อื่นได้ ทำได้เพียงทางเดียวคือ ปล่อยให้น้ำลดลงเองตามธรรมชาติผ่านลำน้ำชี จึงอาจส่งผลให้สถานการณ์ยืดเยื้อ และต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะคลี่คลายจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

น้ำท่วมนครพนม

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN